As easy as PIE …. ฮึ่ยยย จริงเหรอ?? (พายทูน่าไวท์ซอส และพายแฮมชีส)

มีสำนวนฝรั่งอยู่สำนวนนึง คือ “as easy as pie” ความหมายประมาณว่า ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
เมื่อก่อนผมก็สงสัย มันเป็นยังไงฟะ ง่ายเหมือนพาย พายทำง่ายหรือว่ายังไง
(อีกสำนวนนึงที่เหมือนกันก็คือ piece of cake … เค้กนี่ไม่ง่ายแน่ๆ)
แถมผมยังรู้ ยังเคยได้ยินมาอีกว่า พายเป็นอาหารพื้นๆ ของฝรั่ง (ฝรั่งที่มีต้นกำเนิดจากอังกฤษ เช่น อังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฯลฯ) แสดงว่ามันน่าจะทำไม่ยากสิเนอะ

เร็วๆ นี้ พอเริ่มมาหัดทำขนมอบ ได้ลองทำพาย (เหตุผลหลักๆ เลยคือเพราะคิดว่าน่าจะง่าย และไม่ต้องใช้เครื่องตี) ไป 3-4 ครั้ง
พบว่า … มันไม่ได้ง่ายเลยซักกะติ๊ด ครั้งแรกๆ นี่ถึงกับตีอกชกหัวแทบปาทิ้งกันเลยทีเดียว

สรุปว่า พบว่า as easy as pie (และ a piece of cake) มันไม่ได้หมายถึงการทำ แต่มันหมายถึงการกินมากกว่า เพราะพายและเค้กมันอร่อย กินง่าย ใครๆ ก็กินได้ กินสะดวก แค่ตักเข้าปากแค่นั้นเองไม่ต้องมีพิธีรีตรองอะไร

ทำพายมา 3-4 ครั้ง ส่วนมากจะใช้สูตรดั้งเดิม คือ แป้ง เนย เกลือ น้ำ (ผสมน้ำส้มสายชู) แค่นั้น ผลที่ได้ก็ค่อนข้างดีครับ รสชาติอร่อย นุ่ม และร่วนเป็นแผ่น (tender and flaky) ตามที่ควรจะเป็น

เร็วๆ นี้ไปเจอสูตรจากเว็บบล็อก Joe Pastry มาครับ เค้าใส่ครีมชีสด้วย
และก็มีเทคนิคทำพายครัสต์แบบแปลกๆ ดี ไม่เหมือนปกติ เลยลองทำดู
เพราะฉะนั้นสูตรวันนี้เป็นสูตรจาก เว็บโจ แพสทรี่นะครับ
How to Make a Pie และ How to Make Pie Dough
http://joepastry.com/index.php?cat=87
Pie
ปล. คำว่า “พาย” ที่ผมใช้ หมายถึงพายแบบ shortcrust เป็นหลัก แป้งจะนุ่มๆ ร่วนเป็นแผ่น (แต่ไม่มาก)
จะไม่ใช่ พัฟ (puff) ที่จะพองๆ เป็นแผ่นๆ ร่วนๆ กรอบๆ ซึ่งคนไทยส่วนมากจะเรียกรวมๆ กันว่าพายไปหมด
ร้านเบเกอรี่ในไทย เท่าที่เห็น พายส่วนใหญ่มักจะใช้พัฟเป็นหลัก และพัฟจะมีขายแบบสำเร็จรูป หาซื้อได้ในตู้แช่ในซุปเปอร์มาร์เก็ต อย่างน้อยๆ ที่แมคโครมีครับ ส่วนชอร์ตครัสต์ไม่มีขายสำเร็จรูป

สูตรในโจ แพสทรี่ ปริมาณสำหรับทำพายครัสต์บน-ล่าง สำหรับถาดพาย 9 นิ้ว (มาตรฐานที่ฝรั่งมักจะใช้ทำพายกัน)
ผมใช้แค่ครึ่งสูตรนะครับ จะทำได้พอดี 4 อันในถ้วยฟอยล์พอดีเลย

สูตร Pie crust (เต็มสูตรจาก Joe Pastry และเปลี่ยนหน่วยวัดเรียบร้อยแล้ว)

  1. เนย 170 กรัม (3/4 ถ้วย หรือ 3/4 ก้อนมาตรฐานที่ขายในไทย)
  2. แป้งอเนกประสงค์ 280 กรัม (2 ถ้วย)
  3. เกลือ 1/4 ช้อนชา (ถ้าใช้เนยเค็มอาจจะไม่ใส่ก็ได้ แต่ผมชอบแป้งเค็มๆ)
  4. ผงฟู 1/4 ช้อนชา (จริงๆ แล้วผมเคยทำแบบสูตรไม่ใส่ผงฟูนะครับ ก็ออกมาดีเหมือนกัน ดังนั้น ถ้าใครไม่ชอบ ผมว่าไม่ใส่ก็น่าจะได้)
  5. ครีมชีส 130 กรัม (1/2 ถ้วย หรือ 1/2 ก้อนที่ขายในไทย ทั้งยี่ห้อฟิลาเดลเฟีย และแคโรไลน์)
  6. น้ำเย็นจัด ประมาณ 2-4 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำส้มสายชู (หรือน้ำมะนาว) ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนประกอบ

วิธีทำ

เริ่มด้วยเนยเย็นจัดๆ หั่นเป็นก้อนเล็กๆ
ครั้งนี้ผมทำครึ่งสูตรของเค้า ผมใช้เนย 85 กรัม
หั่นเสร็จ เอาไปแช่แข็งเก็บไว้

เคล็ดลับของการทำพายครัสต์ คือส่วนผสมทั้งหมดต้องเย็นๆๆๆ เย็นจัดๆ เลยครับ

เนยเย็นจัด

ผสมแป้ง เกลือ ผงฟู ลงในชามผสม แล้วก็คนๆๆๆๆ ให้เข้ากัน

แล้วใส่ครีมชีสลงไป

ผสมแป้งกับครีมชีส

ใช้มือบี้ๆๆ ให้ผสมกับแป้ง (rub in) หรือถ้ามี pastry cutter ก็ใช้ได้ครับ
แต่ขั้นนี้ยังไม่ซีเรียสเรื่องไขมันผสมกับแป้ง ดังนั้นใช้มือได้เลยครับ

ใช้มือบี้แป้งให้ผสมกับครีมชีส

จนเป็นเม็ดเล็กๆ แบบนี้
จริงๆ แล้วน่าจะให้เล็กกว่านี้อีกหน่อยนะครับ
เสร็จแล้วเอาไปแช่ช่องแข็งสัก 10 นาที ให้เย็นจัดๆ

แป้งผสมกับครีมชีส

เอาถุงซิปล็อกขนาดใหญ่ออกมา (อาจจะใช้ถุงพลาสติกใสก็ได้ครับ)
ใส่แป้งเย็นๆ ของเราลงไป ตามด้วยเนยเย็นเจี๊ยบ

บางคนอาจจะสงสัย ว่าทำไมถึงต้องเน้นเรื่องส่วนผสมเย็นนัก
เหตุผลหลักๆ คือ แป้งพายที่เราต้องการ เราต้องการแป้งที่นุ่ม เบา ร่วนเป็นแผ่น (flaky) ไม่แข็ง ด้าน เหนียว หนัก และแป้งพายที่เบา ร่วนเป็นแผ่นมันเกิดจากตอนที่อบก้อนเนยเล็กๆ ในเนื้อแป้งจะละลาย ทำให้เกิดช่องว่างในเนื้อแป้ง ทำให้แป้งร่วนเป็นแผ่นอย่างที่ต้องการ
และนอกจากนี้ ความเย็นยังชะลอการเกิดโปรตีนกลูเต็นในแป้ง ทำให้แป้งนุ่มเบาไม่เหนียวหนึบ หรือหนักแข็งกระด้างครับ

ถ้าเนยไม่เย็น เนยมันจะละลายซึมไปกับแป้งครับ จะทำให้แป้งที่ได้ไม่ร่วนเป็นแผ่น (flaky) อย่างที่ต้องการครับ

ใส่เนยกับแป้งเข้าไปในถึงซิปล็อค

ปิดถุงให้สนิท ถ้าใช้ถุงพลาสติกธรรมดา ก็เอาหนังยาง (แถวบ้านผมเรียกยางวง) รัดให้แน่น
แล้วเขย่าๆๆๆๆ
พยายามจับแป้ง (และเนย) ให้น้อยที่สุดครับ เพราะความร้อนจากมือเราจะทำให้เนยละลายซึมเข้าเนื้อแป้ง ซึ่งเราไม่ต้องการครับ

แป้งและเนยในถุงซิปล็อก

เสร็จแล้วก็เอา rolling pin มาทุบๆๆๆ คลึงๆๆๆ ให้แป้งและเนยในถุงแบนเป็นแผ่น

คลึงๆ ทุบๆ

คลึงเสร็จ เปิดออกดู หน้าตาดูไม่ดีเท่าไหร่ ไม่เหมือนที่ตาโจเค้าทำแฮะ
ไม่เป็นไร จากประสบการณ์เคยทำพายมาอย่างโชกโชน (3-4 ครั้ง)
ผมว่ายังพอไปต่อได้น่ะ

ภายในถุงซิปล็อก

ไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้วครับ ทำต่อๆ
เอาน้ำเย็นจัดมา (ของผมเย็นมาก ใส่น้ำแข็งด้วย) ผสมกับน้ำส้มสายชู

ทำไมต้องใส่น้ำส้มสายชู ทำไมต้องใส่มะนาว?
เหตุผลก็คือ น้ำส้มสายชูกับมะนาว มีความเป็นกรดครับ

กรดจะไปทำลายพันธะโปรตีนในแป้ง ไม่ให้เกาะตัวกันเป็นสายยาว ซึ่งมันจะทำให้แป้งที่ได้แข็งและหนักครับ

ค่อยๆ ริน ใส่ผสมลงไป ทีละนิดนะครับ ย้ำว่าทีละนิด  และคนผสมไปด้วย เอาแค่พอแป้งเกาะกัน
ไม่จำเป็นต้องใส่น้ำหมดนะครับ เพราะทำแต่ละครั้ง แป้งมีความชื้นไม่เท่ากันครับ
ครั้งนี้ที่ผมทำ ยอมรับว่าใส่น้ำเยอะไปนิดครับ มันแฉะ และจะทำให้คลึงเป็นแผ่นยาก

เติมน้ำลงไป

เสร็จแล้วก็คลี่พลาสติกแร็ปบนโต๊ะ
เทแป้งลงไปบนแร็ป แล้วใช้แร็ปห่อแป้งให้เป็นก้อน
พยายามจับแป้งให้น้อยที่สุดครับ
แล้วก็เอาไปแช่ตู้เย็น ทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมง หรือทิ้งไว้ข้ามคืนก็ได้ครับ

ถึงตรงนี้ เป็นอันเสร็จพิธีกรรมการทำแป้งพายแบบ shortcrust แล้วนะครับ
ที่เหลือก็แค่เอามาขึ้นรูป แล้วเอาไปอบ

(หน้าตาแบบในรูปนี้ เห็นได้ชัดว่ามันแฉะไปนะครับ ดังนั้นระวังเรื่องน้ำกันนิดนึง)

ห่อด้วยแร็พ

ในระหว่างที่รอแป้งพายในตู้เย็น ผมก็ไปทำไส้พายครับ
วันนี้จะทำพายอาหารคาว (savory pie) สองไส้
คือไส้ ทูน่าชีสพาสต้าไว้ท์ซ้อส (ชื่อยาวมาก เพราะตั้งเอง) กับไส้แฮมชีสครับ เป็นรีเควสจากคุณแฟนและน้องสาว

เริ่มต้นด้วยการทำไวท์ซ้อสก่อน
โดยทั่วไปแล้ว ไวท์ซ้อส (ที่ใช้เป็นส่วนประกอบในพาสต้าหลายๆ อย่าง) จะมีส่วนประกอบหลักๆ คือ นม เนย และแป้งครับ

สัดส่วนไวท์ซอส คือ

  1. นม 1 ถ้วย
  2. แป้ง 2 ช้อนโต๊ะ
  3. เนย 2 ช้อนโต๊ะ

ถ้าอยากได้ข้นๆ ก็เพิ่มที่แป้งและเนยอย่างละเท่าๆ กันครับ

ในรูปนี้ผมใช้วิธีลดนมเอาครับ เพราะอยากได้ครีมข้นๆ อยู่ในพาย ถ้าเหลวเกิน มันจะแฉะ

ส่วนผสมไวท์ซอส

วิธีทำไวท์ซ้อส ก่อนอื่นก็ตั้งกระทะให้ร้อน ใช้ไฟอ่อน
แล้วใส่เนยลงไป คนให้เนยละลายแล้วใส่แป้ง แล้วก็คนๆๆๆๆ ประมาณ 3-4 นาที

ใครจะใส่เกลือก็ใส่ได้นะครับ
แต่ผมไม่ใส่เพราะว่าเนยเป็นเนยเค็มอยู่แล้ว และเดี๋ยวต้องมีชีสอีก มันจะเค็มไปกันใหญ่

ใส่แป้งลงในเนย

แล้วก็ค่อยๆ เทนมใส่ลงไป

เทนมลงไป

คนไปเรื่อยๆ ครับ จนเนยกับนมเป็นเนื้อเดียวกัน
ตัวซ้อสจะข้นขึ้นด้วยครับ
เสร็จแล้วก็เทใส่ถ้วยเก็บไว้ครับ

คนให้เข้ากัน

ส่วนประกอบที่สอง คือผักในไส้ทูน่าครับ
ผมซอยกระเทียม หอมหัวใหญ่ แครอทเอาไว้

กระเทียม หัวหอม แครอท

ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมัน

ใส่กระเทียมลงไปก่อน ตามด้วยหอมหัวใหญ่

ตามด้วยแครอท แล้วก็ผัดจนหัวหอมดูใสๆ และแครอทนิ่ม
แล้วก็เอาขึ้นครับ

ผัดผักให้นิ่ม

พายทูน่าครั้งนี้ ผมจะใส่เส้นพาสต้าลงไปด้วยครับ
ดังนั้น ก็ต้มเส้นพาสต้า ในที่นี้ใช้เส้นมักกะโรนี
โรยเกลือลงไปนิด ใส่น้ำมันพืชเข้าไปหน่อย แล้วต้มประมาณ 5-6 นาที

ต้มเส้นพาสต้า

เสร็จละครับ ส่วนประกอบทั้งหมดของพายทูน่าชีสพาสต้าไว้ท์ซ้อสซัมเมอร์ซ้อลลังกาหน้าสองหน

จริงๆ แล้วจะผัดรวมกันไปหมดเลยก็ได้แหละครับ (แล้วแยกพาสต้าไว้)
แต่ที่ผมแยก เพราะตอนแรกที่ผม ผมคิดว่าเหลือแหงๆ เลยทำแยกไว้ จะได้เก็บได้นานไม่เสีย
แต่สุดท้ายใช้จนหมดเลยครับ

ส่วนไส้แฮมชีส คงไม่ต้องอธิบายมากครับ แค่หั่นแฮมเป็นชิ้นเล็กๆ กับเตรียมชีสไว้

ส่วนประกอบ

หลังจากรอจนแป้งในตู้เย็นได้ที่ ประมาณ 1 ชั่วโมงให้หลัง

ก็เตรียมขึ้นรูปแป้งพายกัน
เทคนิคนี้ผมทำครั้งแรก เอามาจากโจ แพสทรี่เหมือนกัน
นั่นก็คือ เริ่มจากการปูแผ่นแร็ปลงบนโต๊ะก่อน

ทำไมต้องทำอย่างนี้?
จากประสบการณ์การคลึงแป้งพาย มันจะติดโต๊ะมากครับ และเสียเวลาทำความสะอาดโต๊ะมากทีเดียว

หลังจากปูแผ่นพลาสติกแล้วก็โรยแป้ง เยอะนิด

โรยแป้งบนแผ่นแร็ป

เอาแป้งออกมาจากตู้เย็น ผมแบ่งออกเป็น 4 ส่วน จะทำพาย 4 ถ้วยครับ
มันได้พาย 4 ถ้วยเป๊ะเลยครับ

แบ่งแป้งออกเป็น 4 ส่วน

เอาออกมาส่วนนึงก่อน ส่วนที่เหลือกลับเข้าตู้เย็น
เอาแป้งมาวางบนแผ่นพลาสติกโรยแป้งที่เตรียมไว้
แล้วโรยแป้งทับ แล้วก็เอาแผ่นพลาสติกอีกแผ่น แปะทับบนสุด

เตรียมครึงแป้ง

คลึงแป้งให้แบนตามปกติครับ คลึงบนแผ่นแร็ปพลาสติก ไม่ต้องกลัวเหนียวหนึบติดโต๊ะ
ไม่ต้องกลัวเหนียวหนึบติด rolling pin แต่ต้องลองหมั่นเปิดพลาสติกดูนะครับ
ส่วนไหนติด ก็โรยๆ แป้งเพิ่มเข้าไป

คลึงแป้งให้บาง

พอแป้งแบนได้ที่
เอาถ้วยที่จะใช้อบมาเป็นแบบครับ
ในรูปคือแผ่นล่างรองก้นถ้วย ก็จะตัดให้แป้งเลยออกมาประมาณนิ้วครึ่ง
เพราะถ้วยที่ผมใช้มันก้นลึกนิดนึงครับ

คลึงจนแบน แล้วตัด

วิธีย้ายแป้งไปวางบนถ้วย ง่ายๆ เลยก็พับเป็นสี่ทบแบบในรูปครับ
ที่ทำงี้เพื่อให้ยกแป้งไปวางบนถ้วยได้ง่ายๆ ไม่ขาดซะก่อน

วิธีการย้ายแป้ง

แล้วยกไปวางบนถ้วยโดยให้ปลายแหลมอยู่ที่กลางถ้วย
แล้วคลี่ออก คลี่จนเต็มแผ่นปิดถ้วยจนหมด
จะเห็นว่าอาจจะมีรอยขาดอยู่บ้าง อย่าตกใจไปครับ ซ่อมได้

ย้ายแป้งมาวางบนถ้วย

คลี่แป้งจนเต็มถ้วย

ค่อยๆ กดแป้งให้เข้ารูปกับถ้วย
พยายามอย่าดึงแป้งให้ยืดนะครับ เพราะเดี๋ยวตอนอบมันจะหด
ส่วนที่ขาด ก็เอาน้ำแตะๆ แล้วเชื่อมไปกับแป้งข้างๆ ได้
หรือถ้าเป็นรู ก็เอาเศษแป้งแตะน้ำนิดนึงแล้วเอามาปะได้ครับ
ถึงตรงนี้ ถ้าขอบแป้งมันเกินถ้วยออกมามากเกิน และอยากให้มันออกมาสวย
อาจจะใช้กรรไกรทำขนมหรือมีดเล็มให้สวยงามได้ครับ
แต่ผมชอบแป้งที่ขอบหนาๆ ผมไม่เล็มออกครับ

กดแป้งให้แนบกับถ้วย

แป้งที่เหลือจากการทำก้นถ้วยมันอาจจะมีเศษๆ เอามาปั้นรวมกันได้ครับ
แต่อย่าคลึงมาก อย่าทำอะไรกับแป้งเยอะ มันจะเกิดกลูเต้นมาก
ปั้นรวมเป็นก้อน แล้วก็คลึงให้เป็นแผ่น

ทำแป้งด้านบน ตัดให้เลยขอบถ้วยมาแค่ประมาณ 1-2 เซ็นต์ก็พอครับ

ทำแป้งส่วนบน

แล้วก็ถึงเวลาที่รอคอย
ตักไส้ใส่เข้าไปครับ
ชั้นล่างอย่าเพิ่งเอาไว้ท์ซ้อสลงนะครับ เดี๋ยวก้นพายมันจะแฉะเกิน
เอาพวกของแข็งใส่ลงไปก่อน
ใส่พาสต้า ชีส ทูน่า ผัก สลับๆ กันไปกับไว้ท์ซ้อสครับ

อ่อ ระหว่างนี้ก็ไปเปิดเตา อุ่นเตาให้ร้อนที่ประมาณ 200 องศาเซลเซียสได้เลยครับ

ใส่ไส้ลงในพาย

ไส้พูนๆ

ใช้เทคนิคการย้ายแป้งพายแบบเดิม
เอาแผ่นบนวางลงไป

วางแผ่นบนลงบนถ้วย

พับแป้งด้านล่างขึ้นมาทบกับด้านบน ทำเป็นขอบ
ไม่สวยไม่เป็นไรครับ มันเป็น homemade pie
ความดิบๆ ความไม่สวยของมันนี่แหละ คือเสน่ห์ครับ

ทำขอบ

อาจจะใช้ส้อมกดแต่งขอบให้สวยก็ได้ครับ

กดด้วยส้อม

แต่ผมชอบวิธีกดจีบด้วยมือมากกว่าครับ
วิธีทำคือใช้มือข้างนึงทำจีบด้านนอกด้วยนิ้วชี้กับนิ้วโป้งอย่างในรูป
แล้วใช้นิ้วชี้อีกข้างนึงกดแป้งเข้าหาจีบที่ทำไว้ครับ
ในรูปไม่เห็นมืออีกข้าง เพราะผมต้องใช้ถือกล้องถ่ายรูปไปด้วยครับ ทำคนเดียว ถ่ายคนเดียว

กดด้วยนิ้ว

แล้วก็ออกมาเป็นพายสวยงาม??

สวยงาม!!

กรีดช่องระบายไอน้ำด้านบนซะหน่อยครับ
เพราะเวลาอบมันจะเกิดไอน้ำในไส้ขึ้นมาก ถ้าไม่เปิดช่องไว้มันจะดันให้พายทะลัก

ครีเอทช่องเอาตามที่ชอบเลยครับ
เสร็จแล้ว เอาเข้าช่องแข็งเลยครับ
พายยิ่งเย็นยิ่งดีครับ แป้งจะหดน้อยเวลาอบ

ช่องระบายไอน้ำ

ทีนี้มาที่อีกไส้ครับ ไส้แฮมชีส
ปรากฏว่าในตู้เย็นแฮมไม่พอครับ เลยผสมไส้กรอกลงไปอีกครึ่งนึง

ชีสก็ใช้เชสด้าชีสแบบขูดแล้ว
หรือถ้าใครไม่มี ก็ใช้ชีสแผ่นก็ได้ครับ
หรือถ้าใครจะผสมมอสซาเรลล่าลงไปด้วยก็ได้ ไส้มันก็จะยืดตึ๋งหนืดเหมือนกินพิซซ่าดี
ผมเคยทำมาแล้วครั้งนึง

ส่วนประกอบแฮมชีส

ใส่ผสมมันลงไปให้พูนออกมาครับ
กินเองอย่ากลัวอ้วนครับ ฮื้ออออ อย่ากลัวววว

ใส่ไส้ลงไปให้เต็ม

แล้วก็ปิดฝาซะ ทำจีบรอบ กรีดช่องให้สวยงาม
พายแฮมชีส ผมสิ้นคิดสุดๆ ใช้ตัว H มันนี่แหละ ง่ายดี

ปิดฝาพาย

บนถาดอบผมปูกระดาษรองอบซะหน่อย
เพื่อให้เวลาชีสมันเยิ้มออกมา หรือไส้ไหลทะลักแตกออกมาจะได้ไม่เปื้อนถาด
ขี้เกียจทำความสะอาดนั่นแหละครับ เรื่องของเรื่อง

วางพายลงไปบนถาด ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

วางพายลงบนถาด

ต้องแต่งหน้าซะหน่อยครับ
เอาไข่ไก่หนึ่งฟอง ตีให้เข้ากัน หรือจะใช้แค่ไข่แดงก็ได้ครับ เอามาทำ egg wash

เอ้กวอช

เอาแปรงจุ่มไข่มาทาให้ทั่วหน้าพาย พายที่ได้สีจะสวย เป็นเงางามครับ

ถ้าไม่ใช้ไข่ ก็ใช้นมสดแทนได้ครับ สีสวยเหมือนกัน แต่ไม่เงางามเท่า

ปล. แปรงอันนี้ 60 บาทจากไดโซะ ไปดูตามห้างอันละเป็นร้อยแน่ะ

ทาเอ้กวอช

ทาไข่… ทาไข่จริงๆ ไม่ใช่ ทา (ร์ต) ไข่
ทาให้ทั่วครับ

เตรียมอบ

เอาเข้าเตาอบครับ อบที่ 200 องศาเซลเซียส (ต้องตั้งเตาไว้ก่อนนะครับให้ร้อนก่อน)

เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง พายจะเริ่มสีสวยน่ากิน
กลิ่นเริ่มยั่วจมูกสุดๆ

สีน้ำตาลทองสวย ไส้ข้างในเดือดปุดๆๆๆ
เตรียมเอาออกมาได้แล้ว

อบพาย

ยกออกมาวางให้เย็นนิดนึง
พวกพายของคาวพวกนี้ กินตอนร้อนๆ ได้เลยครับ
(ถ้าเป็นพายผลไม้ ควรรอให้ไส้มันเซ็ตตัวนิดนึง)
แต่เนื่องจากว่าผมทำตอนเช้ามืด เลยทิ้งไว้ก่อน สายๆ ค่อยมากิน

พายที่อบเสร็จแล้ว

พายทูน่าไว้ท์ซอสพายไส้กรอกแฮมชีส

พาย

ตอนสายๆ มาแหวกพายทูน่าฯ ดูครับ
ขอบอกว่าอร่อยมาก
ที่เห็นดำๆ ตรงก้น คือก้นไหม้นิดนึงนะครับ แฮ่ๆ
ส่วนดำๆ ในไส้พาย คือกระเทียมไหม้เพราะมัวห่วงถ่ายรูปครับ

ส่วนไส้กรอกแฮมชีสนั้นถ่ายไม่ทันครับ
ไม่เหลือให้ถ่ายซะแล้ว

….

ไส้พายทูน่าไว้ท์ซอส
สรุปแล้ว อร่อยมากครับ
แต่ๆๆ ผมว่าแป้งที่ได้ ไม่ต่างกับสูตรที่ไม่ใส่ครีมชีสครับ
ดังนั้น คราวหน้าคงไม่ใส่ครีมชีสที่แป้งแล้วครับ มันเปลือง ครีมชีสก้อนนึงเป็นร้อยแน่ะ

ขอบคุณที่ติดตามจนจบกระทู้นะครับ

รู้สึกว่ารูปจะใหญ่ไปหน่อยว่ามั้ยครับ เอาไว้คราวหน้าลดขนาดอีกหน่อยดีกว่า
ใครจะเอาสูตรไปทำตาม เชิญเลยนะครับ
ได้ผลยังไง ตั้งกระทู้ให้ดูกันมั่งครับ
Enjoy your PI ครับ

พาย

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

3 ความเห็น to “As easy as PIE …. ฮึ่ยยย จริงเหรอ?? (พายทูน่าไวท์ซอส และพายแฮมชีส)”

  1. น่าทานมากค่ะ ขออนุญาตินำสูตรไปลองบ้างนะคะ แต่ดูท่าคงต้องเอาดินน้ำมันมาซ้อมมือตอนขึ้นรูปก่อนสัก 2-3วัน อิ อิ

  2. Greetings from Los angeles! I’m bored to death at work so I decided to browse your website on my iphone during lunch break.
    I love the knowledge you present here and can’t
    wait to take a look when I get home. I’m amazed at how quick
    your blog loaded on my phone .. I’m not even using WIFI, just 3G ..
    Anyways, amazing site!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: